MBA Orientation in Hua-Hin

วันอาทิตย์นี้ ไอได้ไปช่วยเค้า Orientation  นักศึกษา MBA กับ BPA ไปสอนการใช้โปรแกรม Blackboard ก็สนุกดีนะ รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ Campus ที่หัวหินนี่จัง เอาใจช่วยให้ไอได้ย้ายมาทำงานใกล้บ้านเราเร็วๆนะโจ ไอจะพยามตั้งใจทำงาน ไม่งอแงงี่เง่า หรือ งี่เง่างอแงน้อยลง สัญญา…

I’ve been working here for 7 months!

โจ ยูจะเชื่อมั้ยว่าสิ่งที่ไอเคยบอกยูว่า ถ้าเราย้ายกลับมาอยู่บ้านที่หัวหินเมืองไทย ไอจะหางานทำใกล้บ้าน และที่ๆ ใกล้ที่สุดก็คือ Stamford International University และไอก็ทำได้จริงๆ สมตามที่พูดไว้ เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ที่มหาลัยเค้าประกาศรับตำแหน่ง Multimedia designer ซึ่งมันก็ไม่ตรงซะทีเดียวกับงาน Web Designer ที่ไอทำมาทั้งชีวิต แต่มันก็มีความใกล้เคียงละนะ ก็ลองส่งใบสมัครดู เค้าก็เรียกสัมภาษณ์ไปตามขั้นตอน ช่วงนั้นอารมณ์อยากออกจากที่ทำงานเก่าอยู่แล้ว เรื่องที่ทำงานเก่า ไว้ไอจะเล่าให้ฟังอีกครั้งละกัน โดนฝรั่งยิวหลอกทำงาน ก็โง่ให้เค้าหลอกตั้งปีกว่า แต่เอาน่ะ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ เอาเป็นว่าสิ่งที่ไอหวังไว้มาถึงครึ่งทางแล้วนะ ได้ทำงานใกล้บ้านที่หัวหิน แต่ก็ยังเหลืออีกครึ่งทาง เพราะตำแหน่งไอไปประจำที่ กทม น่ะสิ เลยต้องยังขับรถไปกลับ หัวหิน กทม อยู่ เหนื่อยหน่อย แต่ก็ยังดีได้กลับมาดูแล้วบ้านเราเน๊อะ และที่เหลือคือก็พยามประคับประคองทำงานนี้ไปให้ได้รอด จะได้เหมือนคนปกติเค้าซักที มีงานทำ ได้กลับบ้าน ไม่อยากวิ่งหางานที่ไหนอีกแล้ว แต่ใครจะไปรู้อนาคตละ ที่ทำงานในมหาลัย เพื่อนร่วมงานที่สนิทน่ารักดี ส่วนที่ไม่สนิท ก็คือไม่สนิทเลย เค้าวางตัวกันชัดเจนดีจัง อิอิ…

คิดถึง

ก็ 3 ปีกว่าแล้วนะ ก็ยังคิดถึงพี่โจเหมือนเคย… ไม่ได้เขียนบล๊อคมานาน เพราะไม่รู้จะเริ่มด้วยอะไร จากที่เมื่อก่อนสมัยพี่โจยังอยู่ ชีวิตดูมีเรื่องราวและกิจกรรมให้วุ่นวายตลอด 24 ชั่วโมง พอวันนี้ ชีวิตที่เหลือคืองาน ครอบครัว หลายๆอย่างเปลี่ยนไป เกือบเรียกว่าทุกอย่างในชีวิตของหยกก็ว่าได้ ตอนนี้เริ่มปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีโมเม้นน้ำตาร่วง คิดถึงพี่โจอยู่เหมือนกัน ในเวลาที่งานหนักๆ อยากหาคนคอยฟัง คนคอยบ่น คนคอยบอกให้สู้ ก็แค่นั้นล่ะ พี่โจคงฝึกมาดี เสียงพี่โจยังก้องอยู่ในหู หลายๆ ครั้งที่พี่โจทั้งปลอบทั้งขู่ คนที่เคยตบบ่าเราเบาๆ บอกเสมอว่า ไม่เป็นไร… อย่าคิดมาก… ไม่ต้องแคร์… ยูทำได้… ไม่ต้องกลัว… คำศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง อยากได้ยินอีกครั้งจริงๆ ไม่รู้นึกยังไงถึงลุกขึ้นมาเขียนอีกครั้ง ถือว่าเป็นพื้นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของหยกละกันนะ ความคิดถึงใครคนนึงที่ไม่สามารถกลับมาหาเราได้อีกแล้ว มันก็เป็นได้แค่ความคิดถึงอยู่อย่างนั้นจริงๆ และคงตลอดไป I really miss my Joe… F O R E V E R YK

Saying Goodbye to a Great Team!

เมื่อชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ไม่ใช่ง่ายเลยที่เราต้องจากสิ่งที่คุ้นเคยและคนที่เราคุ้นเคยไปในที่ๆใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่ใหม่ คนใหม่ๆ จะเป็นอย่างไรเหมือนกัน น้องๆ ทีม BKbasics เป็นเด็กที่น่ารัก อยู่ด้วยกันมาแค่ปีครึ่ง แต่ด่ากันสนิทปากจนเหมือนรู้จักกันมาหลายสิบปี เมื่อวันนี้มาถึง วันที่ต้องไปบอกลาน้องว่า ต่อไปนี้พี่คงไม่ได้อยู่ร่วมทำงานแล้วนะ ใจมันหายเหมือนกัน แต่เรายังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เรื่องราวทั้งดีและร้ายที่เราผ่านมาด้วยกันพี่จำไม่เคยลืม ต้องขอบคุณน้องๆและบอส สำหรับที่พักใจ ที่ๆทำให้พี่กลับมาหัวเราะได้เสียงดังอีกครั้ง เป็นสถานพักฟื้นจิตใจให้สามารถก้าวออกมาพร้อมเผชิญกับโลกใบนี้ได้ต่อไป รักเอ็งทุกคนเลย

It never ends…

ในวันที่ชีวิตมีการสูญเสียไม่รู้จบ… ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม หลังได้ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง จนมาถึงวันนี้ ความโศกเศร้ายังคงไม่จางหายไป นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในชีวิต ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ต้องรับมันให้ได้… ความรู้สึกนี้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตอนที่พี่โจได้จากไปอย่างกระทันหันโดยไม่มีโอกาสได้บอกลากันแม้แต่คำเดียว ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา อาการเสียศูนย์ สูญเสีย เมื่อขาดเสาหลัก เมื่อชีวิตครอบครัวพังไปไม่มีชิ้นดี แต่ละวัน แต่ละวินาทีที่ต้องตื่นขึ้นมาเพิ่อเริ่มวันใหม่โดยที่ไม่มีพี่โจอยู่เคียงข้าง มันช่างยากเย็นและทรมาน ความคิดถึงที่ปวดร้าวเข้าไปข้างใน ซึ่งไม่มีใครหรอกจะมาเข้าใจ… จนมาถึงวันนี้ การสูญเสียยังไม่จบสิ้น เป็นการสูญเสียของคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่ของหยกคนเดียว ความเจ็บปวดที่พวกเราคนไทยต้องรับไว้ ความทรมานหัวใจที่ต้องรับให้ได้ว่าไม่มีท่านอยู่แล้ว น้ำตาของทุกคนที่ไหลออกมาจากความรักและความคิดถึงพระองค์ยังคงไม่หมดไป การสูญเสียพระองค์ผู้เป็นที่รักยิ่งและการจากไปของพี่โจในเวลาต่อเนื่องกัน ความเจ็บช้ำมันซ้ำทวีคูณ … ไม่เหลือแล้วสินะที่พึ่งของหัวใจและของชีวิต มีสักกี่ครั้งที่คนเราจะต้องพบเจอกับการสูญเสีย จะต้องหนักสักเท่าไหร่ที่คนๆนึงจะพอรับได้ อีกสักเท่าไหร่ที่คนๆนึงจะบอกว่าไม่ไหวแล้วนะ … หยก

Get things Done!

ช่วงนี้เริ่มขับรถคล่อง หัวหิน ชะอำ พยามศึกษาเส้นทางและเสาะหาของกินไปเรื่อยๆ วันนี้มุ่งหน้าเข้าเขตชะอำไปทำภาระกิจหลายอย่าง ไปเสียค่ามิเตอร์น้ำที่การประปา 35 บาท ทั้งทีไม่เคยมีน้ำให้ใช้ ดีนะที่เจาะบาดาลไว้ ต่อด้วยไปเสียค่าเน็ตที่ 3bb ระหว่างจ่ายเงิน ตำรวจเดินเข้ามาถามหาเจ้าของรถ คือเรานั่นเอง บอกว่าไม่นานใช่มั้ย พอดีขบวนเสด็จจะมา ต้องเคลียร์ถนนให้เกลี้ยง แต่ตำรวจใจดีไม่ว่ากัน พอเสร็จก็เลยขับรถต่อไปในตลาดชะอำ อุเหม่ สวรรค์รำไรของช้าน อยากกินโจ๊กมากกกก เดินวนหาอยู่หลายรอบ เจอร้านโจ๊กใหญ่ แต่โจ๊กดันหมด ขายดีมากๆๆๆๆๆ เลยสั่งเป็นข้าวต้มรวมมิตรแทน อะไรรอบตัวดูน่ากินไปซะทุกอย่าง กินอิ่มก็เลยเดินวนหาของกินติดมือกลับบ้านเผื่อมื้อกลางวัน ได้เป็นหอยทอด ผัดไท ขนมจีบนิดนึง ปาโก๋ สังขยา น้ำเต้าหู้ เอนจอยมากๆ และก็เดินข้ามถนนไปที่ 7/11 จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ เสร็จกิจไปหลายอย่างเลยทีเดียว ระหว่างทางขับรถกลับบ้านมองหาร้านล้างรถ เจอพอดี เลี้ยวเข้าไปเลย สอบถามราคาแล้วแจ่มมาก 160 บาท จากที่เคยไปล้างแถวในเวนิเชีย เจอไป 600 บาท แม่เจ้า แต่ที่นี่ล้างดีกว่าเยอะ เก็บรายละเอียดยิบย่อย สบายใจซะที…

Cooking with real Basil!!!!!! yay~

ข้อดีของการอยู่เมืองไทยอีกอย่างคือหาใบกระเพราง่าย เย็นนี้เลยทำกระเพราไก่แบบใช้ใบกระเพราจริงๆให้พี่โจกิน อืมมม ชื่นใจ 😉

Cooking Day~

วันนี้ออกไปจ่ายตลาดกับพี่โจค่ะ พี่โจอยากได้พอร์คชอปจาก betagro จิมเพื่อนโจเคยซื้อมาให้บ่อยๆ บอกว่ามันอร่อยดี วันนี้เลยไปเลือกที่ร้านเองเลย ไปถึงก็เจอทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไส้กรอก สารพัดเนื้อสัตว์เยอะไปหมด เลยได้ทั้งไก่ ทั้งหมูและก็ขาหมูเยอรมันของโปรดโจกลับบ้านมาด้วยค่ะ โจกำลังอยากกินเลย เค้าหมักมาเรียบร้อยแล้ว เราแค่เอามาอบและก็ทอดให้กรอบเท่านั้นเอง ผลออกมาโจชอบมากๆบอกว่าอร่อยดี ต่อไปนี้ไม่ง้อร้าน s&p แล้ว ทำกินเองก็ได้ ราคาขาละ 160 บาทเอง กินแกล้มกับมันบดฝีมือเชฟหยกเจ้าเก่าสั่งตรงจากเมกา รสมืออาหารเหมือนตอนอยู่เวกัสเดี๊ยะ! โจกินขาหมูไปก็บ่นถึงพ่อไปว่านี่ถ้าพ่อได้กินนะจะต้องชอบมาก ตรงหนังกรอบๆมันเยิ้มๆ จากนั้นก็บ่นว่า เนี่ยล่ะเหตุผลที่ต้องทำบัลลูนหัวใจ ฮ่าๆๆ ทั้งรักทั้งห่วงนะค๊าาาา ส่วนมื้อเย็นหยกตอนนี้กำลังฮิตผัดผักน้ำมันหอยค่ะ แค่เห็ดกับผักคะน้า ราดข้าวร้อนๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเหมือนเคย 😉