It never ends…

ในวันที่ชีวิตมีการสูญเสียไม่รู้จบ… ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม หลังได้ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง จนมาถึงวันนี้ ความโศกเศร้ายังคงไม่จางหายไป นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในชีวิต ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ต้องรับมันให้ได้… ความรู้สึกนี้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตอนที่พี่โจได้จากไปอย่างกระทันหันโดยไม่มีโอกาสได้บอกลากันแม้แต่คำเดียว ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา อาการเสียศูนย์ สูญเสีย เมื่อขาดเสาหลัก เมื่อชีวิตครอบครัวพังไปไม่มีชิ้นดี แต่ละวัน แต่ละวินาทีที่ต้องตื่นขึ้นมาเพิ่อเริ่มวันใหม่โดยที่ไม่มีพี่โจอยู่เคียงข้าง มันช่างยากเย็นและทรมาน ความคิดถึงที่ปวดร้าวเข้าไปข้างใน ซึ่งไม่มีใครหรอกจะมาเข้าใจ… จนมาถึงวันนี้ การสูญเสียยังไม่จบสิ้น เป็นการสูญเสียของคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่แค่ของหยกคนเดียว ความเจ็บปวดที่พวกเราคนไทยต้องรับไว้ ความทรมานหัวใจที่ต้องรับให้ได้ว่าไม่มีท่านอยู่แล้ว น้ำตาของทุกคนที่ไหลออกมาจากความรักและความคิดถึงพระองค์ยังคงไม่หมดไป การสูญเสียพระองค์ผู้เป็นที่รักยิ่งและการจากไปของพี่โจในเวลาต่อเนื่องกัน ความเจ็บช้ำมันซ้ำทวีคูณ … ไม่เหลือแล้วสินะที่พึ่งของหัวใจและของชีวิต มีสักกี่ครั้งที่คนเราจะต้องพบเจอกับการสูญเสีย จะต้องหนักสักเท่าไหร่ที่คนๆนึงจะพอรับได้ อีกสักเท่าไหร่ที่คนๆนึงจะบอกว่าไม่ไหวแล้วนะ … หยก

Get things Done!

ช่วงนี้เริ่มขับรถคล่อง หัวหิน ชะอำ พยามศึกษาเส้นทางและเสาะหาของกินไปเรื่อยๆ วันนี้มุ่งหน้าเข้าเขตชะอำไปทำภาระกิจหลายอย่าง ไปเสียค่ามิเตอร์น้ำที่การประปา 35 บาท ทั้งทีไม่เคยมีน้ำให้ใช้ ดีนะที่เจาะบาดาลไว้ ต่อด้วยไปเสียค่าเน็ตที่ 3bb ระหว่างจ่ายเงิน ตำรวจเดินเข้ามาถามหาเจ้าของรถ คือเรานั่นเอง บอกว่าไม่นานใช่มั้ย พอดีขบวนเสด็จจะมา ต้องเคลียร์ถนนให้เกลี้ยง แต่ตำรวจใจดีไม่ว่ากัน พอเสร็จก็เลยขับรถต่อไปในตลาดชะอำ อุเหม่ สวรรค์รำไรของช้าน อยากกินโจ๊กมากกกก เดินวนหาอยู่หลายรอบ เจอร้านโจ๊กใหญ่ แต่โจ๊กดันหมด ขายดีมากๆๆๆๆๆ เลยสั่งเป็นข้าวต้มรวมมิตรแทน อะไรรอบตัวดูน่ากินไปซะทุกอย่าง กินอิ่มก็เลยเดินวนหาของกินติดมือกลับบ้านเผื่อมื้อกลางวัน ได้เป็นหอยทอด ผัดไท ขนมจีบนิดนึง ปาโก๋ สังขยา น้ำเต้าหู้ เอนจอยมากๆ และก็เดินข้ามถนนไปที่ 7/11 จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ เสร็จกิจไปหลายอย่างเลยทีเดียว ระหว่างทางขับรถกลับบ้านมองหาร้านล้างรถ เจอพอดี เลี้ยวเข้าไปเลย สอบถามราคาแล้วแจ่มมาก 160 บาท จากที่เคยไปล้างแถวในเวนิเชีย เจอไป 600 บาท แม่เจ้า แต่ที่นี่ล้างดีกว่าเยอะ เก็บรายละเอียดยิบย่อย สบายใจซะที…

Cooking with real Basil!!!!!! yay~

ข้อดีของการอยู่เมืองไทยอีกอย่างคือหาใบกระเพราง่าย เย็นนี้เลยทำกระเพราไก่แบบใช้ใบกระเพราจริงๆให้พี่โจกิน อืมมม ชื่นใจ 😉

Cooking Day~

วันนี้ออกไปจ่ายตลาดกับพี่โจค่ะ พี่โจอยากได้พอร์คชอปจาก betagro จิมเพื่อนโจเคยซื้อมาให้บ่อยๆ บอกว่ามันอร่อยดี วันนี้เลยไปเลือกที่ร้านเองเลย ไปถึงก็เจอทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไส้กรอก สารพัดเนื้อสัตว์เยอะไปหมด เลยได้ทั้งไก่ ทั้งหมูและก็ขาหมูเยอรมันของโปรดโจกลับบ้านมาด้วยค่ะ โจกำลังอยากกินเลย เค้าหมักมาเรียบร้อยแล้ว เราแค่เอามาอบและก็ทอดให้กรอบเท่านั้นเอง ผลออกมาโจชอบมากๆบอกว่าอร่อยดี ต่อไปนี้ไม่ง้อร้าน s&p แล้ว ทำกินเองก็ได้ ราคาขาละ 160 บาทเอง กินแกล้มกับมันบดฝีมือเชฟหยกเจ้าเก่าสั่งตรงจากเมกา รสมืออาหารเหมือนตอนอยู่เวกัสเดี๊ยะ! โจกินขาหมูไปก็บ่นถึงพ่อไปว่านี่ถ้าพ่อได้กินนะจะต้องชอบมาก ตรงหนังกรอบๆมันเยิ้มๆ จากนั้นก็บ่นว่า เนี่ยล่ะเหตุผลที่ต้องทำบัลลูนหัวใจ ฮ่าๆๆ ทั้งรักทั้งห่วงนะค๊าาาา ส่วนมื้อเย็นหยกตอนนี้กำลังฮิตผัดผักน้ำมันหอยค่ะ แค่เห็ดกับผักคะน้า ราดข้าวร้อนๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเหมือนเคย 😉

eat with p’joe

พี่โจเพิ่งกลับมาบ้าน ชวนกันออกไปซื้อของหน่อย แวะกินอะไรอีกนิด ร้านนี้เห็นคนเค้าไปกินกัน พี่โจบอกว่าน่าลองดี ลองหน่อยอร่อยเหมือนกันค่ะ หยกกินปลาซาบะ พี่โจกินหมูชุปแป้งทอด

My life is back! Yep back to the kitchen~

เมนูแรกประเดิมครัวเสร็จ ผัดซีอิ๊วเลยคร๊าบบ หลังจากกินข้าวราดแกงมาหลายมื้อ วันนี้ทำกับข้าวกินเอง อืมมม ทำเอง กินเอง ก็ต้องอร่อยล่ะน๊าาา 😉