
พรุ่งนี้พี่โจก็จะกลับบ้านแล้ว..เย๊ๆ ช่วงกลางวันนี้ได้โทรคุยกัน โจมีเรื่องสนุกเล่าให้ฟังเยอะแยะ เพราะว่าการไปดูงานครั้งนี้ทำให้ได้เจอเพื่อนเก่า(เพื่อนแก่) หลายคน อีกทั้งได้รู้จักเพื่อนใหม่อีกด้วย สองวันมานี้หลังจากดูงานเสร็จก็มีเรื่องให้ต้องไปหาร้านอาหารนั่งคุยกันต่อ ตามประสาคนช่างเจรจาอย่างพี่โจ
โจพรรณนาบรรยากาศของ Amsterdam ให้ฟังซะสวยงาม ตึกโบราณ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ บอกว่าอยากให้หยกไปด้วยจัง และถามอีกว่าหยกใส่รองเท้าเบอร์อะไร ที่นี่นั่นเค้าใช้ไซส์เหมือนเอเซียคือ 34 36 เพราะโจเห็นร้องเท้า Wooden Shoe ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Netherlands มันน่ารักดีอยากซื้อมาให้หยกใส่ อิอิ ; )
ยังเล่าให้ฟังถึงการเดินทางไปที่ Netherlands นอกจากจะบินตรงไปที่นั่นแล้ว เรายังสามารถบินไปลงที่ London, England ก่อนได้ เพราะ London กับ Netherlands ใช้เวลาบินห่างกันแค่ 1 ชั่วโมง อาจจะเดินเล่นที่ London หรือนอนค้างสักคืน จากนั้นถ้าหากต้องการชมวิวก็ต่อเรือจากที่ London มาที่ Netherlands ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สงสัยนี่คงเป็นแผนการเดินทางสำหรับการดูงานปีหน้าแน่ๆ
หรือจะนั่งรถไฟมาก็ได้เร็วกว่า ที่นี่การขนส่งเค้าสะดวกสบายเหลือเกิน ที่นี่มีรถไฟให้บริการเยอะมาก อีกทั้งยังรวดเร็วและสะอาดกว่าที่ Subway ในนิวยอร์ค แต่ว่าลำบากตอนซื้อตั๋วรถไฟ เพราะตู้หยอดเหรียญเค้าใช้ภาษา Dutch เลยทำให้เข้าใจยาก โจบอกว่ายืนใช้เวลาทำความเข้าใจกับการซื้อตั๋วอยู่สักพัก พอเริ่มรู้วิธีแล้วพอจะจ่ายเงินดันไม่รับบัตรเครดิตอีกและก็ไม่รับเงินดอลล่าห์ด้วย ก็เลยต้องเสียเวลาไปต่อคิวแลกเงินเป็นยูโรและก็มาซื้อตั๋ว โอ้ มันยุ่งยากจริงๆ ..
นอกจากเล่าถึงสิ่งดีๆให้ฟังแล้ว ก็ยังแอบนินทาสาวยุโรปด้วย เพราะระหว่างนั่งรถไฟจากที่ดูงานกลับโรงแรม ได้ผ่านกลิ่นของสาวยุโรปไปหลายกลิ่น ฮ่าๆๆ โจบอกว่าสาวที่นี่กลิ่นตัวแรงมาก เหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นปี คนที่นี่ชินกับอากาศหนาวสงสัยอาบน้ำอาทิตย์ละครั้ง นี่เองเป็นสิ่งที่บอกว่าทำไมพวกยุโรปถึงนิยมใ่ส่น้ำหอมกัน ต้องเอาน้ำหอมมากลบกลิ่น อี๊ !!
Here is a typical train station this one near the hotel where I stayed this year. This country must have the most bicycles in the world. They ride them everywhere and there are bike paths everywhere just like roads and sidewalks!
ภาพด้านบนเป็นที่จอดจักรยานหน้าสถานีรถไฟ โจเห็นแล้วอึ้งมากไม่นึกว่าที่นี่เค้านิยมขี่จักรยานกันขนาดนี้ ภาพที่เห็นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แหมบ้านเราถ้าขี่จักรยานกันบ้างก็ดีน๊า ช่วยลดมลพิษ ประหยัดน้ำมัน และเป็นการบริหารร่างกายไปในตัว ที่สำคัญที่นั่นเค้ามีการทำเลนส์ถนนสำหรับจักรยานไว้ ทำให้ปลอดภัยทั้งคนขี่จักรยานและไม่ไปรบกวนกับรถบนท้องถนนด้วย
มีอีกหลายเรื่องที่พี่โจเล่าให้ฟัง แต่ภาพสวยๆจะเก็บตามมาที่หลัง เพราะวันแรกที่ไปไม่มีปลั๊กเสียบชาร์ตแบตให้กล้อง ถ่ายได้เพียงภาพจักรยานมาให้ดูเนี่ยล่ะค่ะ เราก็หวังว่าจะได้เห็นภาพสวยๆๆ ดันส่งจักรยานมาให้ดูก่อนเลย !
เมื่อคืนได้ออนไลน์เจอเพื่อนเพียบ คุยจนถึงตี 2 กะให้คุ้มก่อนที่พี่โจกลับ อิอิ คิดถึงทุกคนมากๆน๊า ขอบคุณมากสำหรับข้อความและการ์ดที่ส่งมา .. ดีใจๆๆ ; )
|